สะเนพ่อง ... ดินแดนในฝัน

posted on 18 Aug 2010 23:54 by babybamboo

 

ฉันโชคดีที่มีโอกาสได้เหยียบย่างดินแดนแห่งภูมิปัญญา ดินแดนที่ลูกหลานรักและหวงแหนมรดก ที่บรรพบุรุษตั้งใจเก็บไว้เพื่อพวกเขาหลายชั่วอายุคน นับได้ก็ 700 ปี เป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่อดีตกับปัจจุบันกลับไม่แตกต่างกันมากนัก

สะเนพ่องเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ในฝั่งตะวันตกของทุ่งใหญ่นเรศวร อยู่ในอำเภอสังขละบุรี กาญจนบุรี  หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้หอมเย้ายวนด้วยกลิ่นป่า ผู้คนมีเสน่ห์น่ารัก ฉันหลงรักที่นี่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เข้าไปสัมผัส มิตรไมตรีที่ได้รับไม่ใช่ของง่ายที่จะได้มา ต้องอาศัยความสัมพันธ์ ที่ผูกมิตร เข้าจิตเข้าใจกันมานาน จึงจะมองพวกเขาด้วยสายตาที่ชัดแจ้ง เขาไม่ใช่กะเหรี่ยงอ่อนแอ มีจำนวนน้อยอย่างที่บรรพบุรุาเราดูแคลน พวกเขาฉลาดล้ำลึกมากกว่า แต่เรากลับเข้าใจว่านั่นคืองมงาย หลายสิ่งหลายอย่างในวิถีชีวิตของเขาผูกพันธ์กับป่า ในขณะที่เกิดภาวะโลกร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ที่นั่นเหมือนดาวแพนดอร่าในอวตาร ไม่ร้อนไม่หนาว ในขณะที่ข้างนอกขาดแคลน พวกเขาอุดมสมบูรณ์ชั่วนาตาปี

ฉันรักและภาวนาให้บ้านเกิดของฉันอุดสมบูรณ์เหมือนสะเนพ่อง ดินแดนในฝันที่ฉันต้องการ เงินแทบไม่มีคุณค่าเลยสำหรับพวกเรา มันคือความจริงที่คนในยุคสูญเสียเพิ่งคิดได้ "เงินทองของมายา ข้าวปลาของจริง"

ถ้าโลกไม่แตกไปเสียก่อนฉันจะกลับไปสร้างคุณค่าให้ผืนดินที่เกิด เป็นมรดก เป็นข้าวปลา เป็นอาหาร เป็นอากาศ เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับ ลูก หลาน เหลน โหลน และอีกหลายต่อหลายรุ่นนับจากฉันสิ้นชีวิต จะสอนให้เขาเข้าใจรักษ์และหวงแหนในสิ่งที่จำเป็นจริงๆต่อการดำรงชีพของเขา

 คิดถึง...สะเนพ่อง

edit @ 19 Aug 2010 00:26:50 by กิ่งไผ่

ในวันนี้เรากำลังวาดฝันอันงดงามที่มันยังมาไม่ถึงหรือเปล่า?? ถ้าเรียนจบฉันจะไม่ทำงานอะไรเลย โดยที่มีรายได้จากงานธุรกิจเครือข่ายที่เขากำลังฮิตทำกัน นั่งขีดๆ เขียนๆ แต่งโน่นแต่งนี่อยู่กับบ้าน แต่งงานกับแฟนที่คบกันมานาน มีที่ดินที่เป็นมรดกแล้วมาเป็นผู้จัดการนากันสองคน

หวานเหลือเกิน

เรารู้เราชอบอะไร แล้วเรารู้ไหม ? ว่าเราไม่ชอบอะไร

โชคดี ฉันได้พบกับพี่คนหนึ่งที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ชี้นำแนวทางทางความคิดที่น่าทึ่งอยู่ท่านหนึ่ง พี่กำลังเป็นห่วงนักเชียวกับการตัดสินใจใช้ชีวิตของฉันหลังเรียนจบ

พี่ถามขึ้นว่า"เรียนจบวางแผนไว้อย่างไร "

ถามอย่างนี้ตอบยากนะ ให้แสดงความคิดจริงจังกับความฝันเฟื่องให้ผู้ใหญ่ฟังนี่มันคนละเรื่องเลย

"คงจะทำงานในโรงพยาบาลเหมือนที่เรียนมามังคะ"

ตอบไปได้อย่างไร นี่มันสิ่งที่ฉันไม่ต้องการ แต่จากประสบการณ์พี่คงรู้ว่าคำตอบของฉันมันลมแล้งแค่ไหน ไม่ได้มาจากความจริงเลย

พี่เลยถามเปิดประเด็นขึ้นมาว่า "แล้วเรารู้ไหมว่าเราไม่ชอบอะไร"

ชัดเลย ไอ้ที่ตอบไปเมื่อกี้นี้ล่ะค่ะที่ไม่ชอบ 

พี่เริ่มเล่าประสบการณ์ที่น่าคิดให้ฟัง

มีเพื่อนของพี่คนหนึ่ง ที่มีความคิดว่าเข้าใจในตัวเองชัดเจน เธอรู้ว่าเธออยากที่จะเป็นนักบวช เมื่อเรียนจบสิ่งที่เธอทำคือ "บวชชี" เธอเป็นนักบวชไป 20 ปีของชีวิตของเธอ แล้วมาวันหนึ่งเธอรู้ว่ามันไม่ใช่ มารู้เอาตอน 40 เนี่ยนะ เธอบอกว่าเธออยากทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่แม่ชี อยากท่องเที่ยว

เอาล่ะสิ ตอนนี้จะเอาแรงกำลังมาจากไหน ในเมื่อคุณลงทุนชีวิตไป 20 ปีกับสิ่งที่คุณคิดว่าใช่หมดแล้ว คุณจะไปแข่งขันกับคนอื่นอย่างไรได้ ในเมื่อที่ผ่านมาคุณอยู่แต่ในวัด

กระแทกอารมณ์มากเลย

"แล้วเราควรทำอย่างไรดีคะ" คำถามที่แฝงด้วยความหวาดกลัวชีวิตของฉันดังขึ้น

"เราก็ทำในสิ่งที่มันไม่ใช่ก่อนสิ"

เออ ! จริงแฮะ มันก็มีแค่ 2 - 3 อย่าง ให้เลือกนี่หว่า คือทำในสิ่งที่ใช่ ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ และ ไม่ทำอะไรเลย

"พี่เกลียดข้าราชการมากเลย แต่พี่เป็นข้าราชการมา 11 ปี ตั้งใจทำมันอย่างดีที่สุด เพื่อที่พี่จะบอกตัวเองว่า มันไม่ใช่"

ชีวิตหลังสิ่งที่ไม่ใช่นี่มันมหัศจรรย์จริงๆนะ ตอนนี้พี่ที่ปรึกษาของฉัน ใช้ชีวิตที่ใช่ในแบบของเขาทุกลมหายใจเลยทีเดียว สักวันหนึ่งฉันหวังว่าจะมีชีวิตที่ใช่ในแบบตัวเองเสียจริง ซึ่งมันก็คือไอ้ความฝันข้างบนนั่นแหละ

ฉันมองเห็นโลกอื่นที่มันกว้าง โลกที่เขาจะทำผิดกันแล้วมาแก้ตัวกันใหม่ แต่ฉันจะทำผิดก่อน ผิดทั้งที่มันมีสตินี่แหละ เพื่อจะบอกกับตัวเองว่า มันไม่ใช่

ได้มาง่ายๆ ก็จบ

posted on 18 Aug 2010 16:24 by babybamboo

เป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง ที่ได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือที่มีคุณค่าทางด้านความคิดเล่มหนึ่ง Rich Kid Smart Kid หรือพ่อรวยสอนลูก 3 ในตอนหนึ่งของหนังสือเขียนถึงคุณพ่อคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการสอนลูก เค้ากล่าวถึงเหตุการณ์นั้นว่า "ลูกชายของผมเค้าต้องการซื้อไม้กอล์ฟราคา 500 ดอลลาร์ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงให้เงินเค้าไป แต่ถ้าผมทำอย่างนั้นเค้าต้องกลายเป็นผู้บริโภคที่ต้องทำงานหนักในอนาคต"                                          

นับเป็นความคิดที่เฉียบคมมาก

 แล้วคุณพ่อทำอย่างไร น่าคิดนะ

ยอดคุณพ่อของเราก็ให้ลูกทำงาน ใช่ทำงานนี่หล่ะ 

อ้าว? แล้วมันต่างจากที่คุณพ่อกังวลสำหรับอนาคตอย่างไร ในเมื่อเขาอยากได้แล้วคุณพ่อให้เขาไปทำงาน    

ต่างแน่!!! เด็กน้อยไปรับจ้างตัดหญ้าที่บ้านเพื่อนบ้าน ในช่วงเวลาซัมเมอร์ของเขา และรวมเงินออมที่คุณพ่อให้เป็นค่าขนม หลังจากนั้นไม่นานเค้าก็ได้เงิน 500 ดอลลาร์มาครอง เท่ากับราคาไม้กอล์ฟพอดี

แต่พ่อกลับยังไม่ให้เงินนั้นแก่เขา

ในลำดับแรก พ่อพาเขาไปที่บริษัทหลักทรัพย์ แล้วก็ซื้อกองทุนที่มีอัตราการเติบโตมูลค่าสูงถึง 100 ดอลลาร์เพื่อเป็นค่าเทอมสำหรับการศึกษาในมหาวิทยาลัยของเด็กน้อยในภายภาคหน้า

ซึ่งเงินที่เหลืออีก 400 ดอลลาร์ ตอนนี้คุณพ่อคงอนุญาตให้ลูกชายซื้อไม้กอล์ฟได้แล้วนะ

ไม่ ไม่เลยคุณพ่อกลับเก็บเงินนั้นไว้เป็นตัวประกันแล้วบอกกับลูกชายว่าพ่อจะคืนให้ถ้าลูกสามารถหาสินทรัพย์ที่สามารถทำเงินเพื่อซื้อไม้กอล์ฟได้

 เป็นอย่างไร เด็กตัดหญ้าของเราก็อารมณ์เสียละสิ เค้าโกรธไปครึ่งชั่วโมงทีเดียว

แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้เขาได้คิด ว่า แท้จริงแล้วพ่อต้องการที่จะเก็บรักษาเงินให้เขา ไม่ต้องการให้เขาใช้เงินนั้นอย่างฟุ่มเฟือยไปกับการซื้อไม้กอล์ฟ และต้องการที่จะให้เขาซื้อไม้กอล์ฟในขณะที่เงินก้อนนั้นยังอยู่

สุดยอด เด็กน้อยคนนี้อายุแค่ 14 ปี คิดได้ถึงเพียงนี้เชียว

เด็กน้อยเริ่มหาวิธีการที่จะสานฝันนี้ให้สำเร็จ ไม่นานนักเขาก็กลับมาขอเงินพ่อคืนเพื่อไปทำตามเงื่อนไขที่พ่อให้ไว้

เขาทำอย่างไร??

เขาหาข้อมูลทางหนังสือพิมพ์ ไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกอล์ฟเพื่อหาข้อมูลที่ร้านกอล์ฟต้องการ แล้วก็ไปพบกับคนขายตู้กดลูกกวาดโดยอัตโนมัติ

 บิงโก !!! เขากลับไปคุยกับเจ้าของร้านกอล์ฟเพื่อที่จะขอวางตู้กดลูกกวาด 2 ตู้ในร้าน  เขาลงทุนไป 350 ดอลลาร์ จากนั้นทุกๆสัปดาห์เด็กน้อยจะไปเก็บเงินและเติมสินค้าในตู้ อีก 2 เดือนถัดมา เขาจึงซื้อไม้กอล์ฟในฝันได้

 อ่านเรื่องนี้แล้วมีไฟเชียว กลับมาย้อนคิดดู นิสัยการใช้เงินของเรากับการเลี้ยงดูกระมังที่ทำให้เราไม่โตสักที อยากได้ก็ขอแม่ (ง่ายจริงนะ) เงินไหลมาแล้วก็ไหลไป ไม่มีอะไรหลงเหลือเลย ขอให้กำลังใจผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม บล็อก ยุคนี้สมัยนี้คงหาคนทำงานประจำเพียงอย่างเดียวยาก เด็กหนุ่มคนนั้น ยังไฮสคูลอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้เขาเป็นนักลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเจ้าของตู้กดลูกกวาดอัตโนมัติ 6 ตู้ (กิจการเจริญรุ่งเรือง) และเจ้าของไม้กอล์ฟที่หวดให้ชีวิตของเขาพลิกผันขนาดนี้ แถมตอนนี้หนุ่มน้อยของเรายังมีเวลามากพอที่จะไปตีกอล์ฟโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่างหาก

edit @ 18 Aug 2010 17:29:48 by กิ่งไผ่

edit @ 18 Aug 2010 17:49:41 by กิ่งไผ่

edit @ 18 Aug 2010 17:52:36 by กิ่งไผ่

edit @ 18 Aug 2010 17:54:14 by กิ่งไผ่

edit @ 18 Aug 2010 17:55:53 by กิ่งไผ่